ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab

(1/5) > >>

เทวาเหนือเกล้า:
พระไภราวะ นั้น ในพื้นที่ของประเทศเนปาล บางครั้งเรียกกันว่า Bhairo หรือ ไภโร หรือ Bhairon หรือ ไภรณ
พระไภราวะนั้นเป็นปางอวตารขององค์มหาเทพศิวะ เพื่อแสดงพลังอำนาจของการทำลายล้าง ทั้งสองภาค ไม่ว่า
จะเป็นพระ กาลไภราวะ หรือ พระเศวตไภราวะ หรือแม้แต่ Akaash Bhairab ล้วนแต่เป็นปางอวตารของ
องค์พระศิวะทั้งสิ้น ชาวเนปาลเชื่อกันว่าพระไภราวะนั้นหากจะสวดถึงก็จะเป็นการสวดเพื่อทำลายศัตรูหรือสิ่งเลวร้าย
และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้พ้นไป








พระไภราวะ Bhairab  or Bhairava

ส่วนในเรื่องของประวัติพระไภราพนั้นเราทุกคนคงเคยได้ยินตำนานพระพรหมเสียเศียรที่ 5 ดังนี้

ตำนาน พิพากษาคดีกลโกงของพระพรหม

เหตุเกิดเมื่อพระวิษณุเทพบรรทมสินธุ์ เพื่อเข้าสมาธิตามคำบัญชาของพระศิวะในการสร้างโลกและได้บังเกิดดอกบัวผุดขึ้นที่สะดือ
พอดอกบัวบานก็มีพระพรหมอยู่ในนั้น เมื่อเทพทั้งสององค์เจอกันก็ต่างเข้าใจกันผิดต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่ด้วยคิดว่าตนนั้นหรือ
คือพระผู้สร้าง ทั้งเถียงทั้งรบพุ่งกันจนร้อนไปถึงองค์พระสดาศิวะต้องแปลงร่างให้เป็นเสาไฟต้นใหญ่ ทั้งสององค์ก็ได้กังขาว่าเสา
ไฟนี้มีที่มาอย่างไรกัน จนในที่สุดก็ตกลงกันได้ว่าจะหาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเสาไฟนี้ให้จงได้ ฝ่ายองค์วิษณุเทพก็ได้แปลง
กายพระองค์เป็น หมูป่า ไปขุดที่โคนรากเสา ส่วนพระพรหมก็แปลงเป็น นก บินไปหาจุดสิ้นสุดของเสาไฟนี้

ปรากฎว่าทั้งสององค์ต่างสุดความสามารถที่จะค้นให้พบ แต่บังเอิญที่ว่าพระพรหมนั้นได้ไปพบกับดอกไม้สวรรค์ที่เรียกว่า ดอกเกตุกี
ที่ร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์เพื่อบูชาองค์พระศิวะลึงค์ และพระพรหมก็ได้ร่วมมือกับดอกเกตุกี โกหกพระวิษณุว่า ค้นพบจุดสิ้นสุดแห่ง
เสาไฟต้นนี้แล้วโดยอ้างเอาดอกเกตุกี มาเป็นองค์พยาน   

จนเมื่อองค์พระสดาศิวะได้คืนร่างเป็น 5 เศียร 10 กร พร้อมศาสตรวุธครบครัน ทั้งยังโกรธกริ้วเหลือกำลังก็ได้ทรงสร้างพระมหากาลไภรวะ
ขึ้นจากตาที่สาม ของพระองค์  พร้อมกับบัญชาให้พระมหากาลไภรวะนั้นไปตัดศรีษะของพระพรหมเสีย  (แต่แรกเกิดนั้นพระพรหมมี 5 เศียร)
พระมหากาลไภรวะก็ตรงเข้าไปจิกดึงปอยผมของเศียรที่ 5 ของพระพรหมหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสาปให้พระพรหมนั้น
ไม่มีเทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์เป็นขององค์เอง และไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาของตัวเองด้วย และอนุญาตเพียงให้อยู่นอกโบสถ์
ส่วนดอกเกตุกีโทษฐานที่สมคบกับพระพรหมก็ให้เนรเทศจากสวรรค์และห้ามนำดอกไม้ชนิดนี้มาบูชาอีกต่อไป
พระวิษณุกรรมทรงยอมรับความผิดในพระองค์เองต่อองค์พระสดาศิวะ จนพระสดาศิวะพอพระทัยและยกให้พระวิษณุนั้นเสมอซึ่งพระองค์
และวันนั้นเองก็เป็นวันถือกำเนิด ศิวะราตรี

ส่วนอีกตำนานหนึ่ง ก็มีดังนี้ค่ะ

พระแม่สตี ชายาแห่งองค์พระศิวะ เป็นราชธิดาของพระเจ้าทักษะประชาบดี (Daksha) ในตอนนั้นได้เลือกที่จะแต่งงานกับองค์พระศิวะ
แต่พระทักษ ไม่เห็นด้วยกับธิดาของพระองค์เพราะ พระทักษ นั้นเห็นพระศิวะเป็นฤษีเจ้าแห่งภูติผี ทั้งยังเกี่ยวข้องกับสัตว์และมีชีวิตที่อัตคัต
ในที่สุดพระทักษประชาบดีก็ได้จัดพิธีบวงสรวงซึ่งได้เชิญทวยเทพทุกพระองค์รวมถึงคนธรรพ์ วิทยาธร นาค ฯลฯ แต่ไม่เชิญองค์พระศิวะ
และพระนางสตี   

พระนางสตีได้มาถึงที่มณฑลพิธี ในขณะเดียวกันกับที่พระทักษประชาบดีกำลังกล่าวดูถูกดูหมิ่นองค์พระศิวะ

เมื่อพระนางสตีได้ยินเช่นนั้นแล้วก็ทรงกระโดดเข้ากองไฟที่บวงสรวง เมื่อองค์พระศิวะทราบเรื่องก็ได้ไปทำลายพิธีบวงสรวงพร้อมยังได้
สร้างพระวีรภัทร พระมหากาลไภรวะ ขึ้นและฆ่าพระทักษะประชาบดีโดยการตัดหัวของเขา

องค์พระศิวะได้แบกศพของพระนางสตีร่ำไห้ และได้ใช้จักรศักดิ์สิทธิ์แห่งพระวิษณุเทพตัดร่างของพระนางสตีออกเป็น 51 ชิ้น ร่วงหล่นไปใน
แผ่นดินอินเดียและได้เกิดเป็นเทวาลัย ที่เป็นปางดุร้ายน่ากลัว


พระ Akaas Phairab  อากาศไภราพ


 
เทวรูปองค์นี้ตั้งอยู่ในเทวาลัยนิกายตันตระ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสามในถนนสายหลักของตลาด
พวกเขาเรียกว่า พระอินทร์ (Indra) ซึ่งจะถูกนำออกมาปรากฏองค์ภายนอกในช่วงระหว่าง
พิธีขอฝน หรือ ช่วงงานประเพณี อินทร-จันทรา ซึ่งเป็นเทศกาลของพระอินทร์ เจ้าแห่งฤดูฝน
(ตามความเชื่อของชาวเนปาล)


พระ เศวตไภราพ หรือ Sweto Bhairab หรือ Seto Bhairab






เป็นหนึ่งในเทวาลัยที่น่าทิ่งที่สุดในเมืองกาฐมาฑุ ประเทศเนปาล

สร้างขึ้นอย่างมั่นคงแข็งแรงแม้จะได้เป็นที่ปรากฎในเพียงปีหนึ่งๆ 2 - 3 ครั้ง
หน้ากากทองแห่งพระเศวตไภราพ Seto Phairab ในจตุรัสเดอร์บาร์

ในปี 1769 โดยคำสั่งแห่งกษัตริย์ รานา บาฮาเดอร์ ชาร์ แห่งอิหร่าน
น่าเจ็บปวดยิ่งที่เป็นผู้ที่นำการทำลายโบสถ์เทวาลัยต่างๆมากกว่าที่จะสร้าง
โดยได้เปิดเผยวัตถุประสงค์ว่า ต้องการปกป้องพระราชวังเดิมโดยการ
ปกปิดสิ่งที่นำไปในทางชั่วร้าย

โดยปกติแล้วหน้ากากนั้นด้านหลังเป็นไม้แกะสลัก แต่ในระหว่างช่วง
เวลาของเทศกาล อินทรา-จันทรา และทั้งยังเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ
เทศกาลของเทพธิดาแห่งชีวิต  Living Goddess ซึ่งจะเปิดให้สาธารณะ
ชนเข้าชม มงกุฎทองแห่งพญานาคและหัวกะโหลกและแก้วรัตนากรซึ่ง
ครึ่งหนึ่งได้ถูกปิดซ่อนไว้ด้วยดอกไม้และกระดาษที่ประดับไว้

รอยยิ้มอันชวนตกตะลึงบนหน้ากากทองนั้นถูกลงสีด้วย สีดำ สีแดงและสีขาว
วิจิตรการตาด้วยทั้งยังน่าขนลุกขนพองในตัวเช่นกัน
แต่ในท่ามกลางของฟันสีขาวนั้นจะเห็นผู้กระหายการที่ถูกบูชายัญ
และดวงตาที่โกรธกริ้วที่จะมองทะลุหัวใจที่ชั่วร้าย


Kal - Bhairab  พระกาลไภราพ



เทวรูปขององค์ไภยราพ ในจตุรัสเดอบาร์, กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
นั้นแสดงให้เห็นถึงปางที่ดุร้ายที่สุดขององค์พระศิวะมหาเทพ
เทวรูปหินสวมพวงมาลัยกะโหลกศรีษะ มี 6 กร และยืนบนศพของอสูร
และถูกค้นพบทางตอนเหนือของเมือง
ภาพสิงโต ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ได้ถูกเพิ่มเติมในภายหลัง

และความเชื่อที่ว่า หากกล่าวคำเท็จต่อหน้าองค์พระกาลาไภยราพนั้น
จะต้องถึงแก่ความตายและความขัดแย้งต่างๆที่ผ่านมาจะต้องจบลงที่นี่


ข้อมูลที่มา

Atom blog /Nepal Myth.


**** ข้อมูลที่ได้มาเป็นการแปลจากภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

       หากมีข้อความใดที่ตกหล่นไป หรือสำนวนการแปลไม่ถูกต้อง  ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วยค่ะ  ******

Kimnei:
ขอบคุณมากค่ะ คุณเทวาเหนือเกล้า ชอบรูปแรกมากค่ะ
 
เป็นสถานที่ที่สวยมากค่ะ

sacred avatar:
ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab


ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab


ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab



ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab


ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab


ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab



ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab



ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab



ภาพและประวัติ(ย่อ)พระไภราวะทุกปาง หรือ ที่ชาวเนปาลคุ้นเคยกันในชื่อ Bhairab




นำรูป พระไบราวา (ไภราวา / ไภราบ) ในศิลปะ และ รูปแบบ อื่น ของท่านมาฝากค่ะ

กาลิทัส:
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลพระไภรวะ
 
 

เทวาเหนือเกล้า:
ต้องขอบคุณคุณ SCARED AVATAR ที่มาช่วยกันค่ะ

ขอเทพทรงอวยพร

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป