กฤษณะ จายันติ ((วันประสูติพระกฤษณะ))

(1/2) > >>

กาลิทัส:
กฤษณะ จายันติ ((วันประสูติพระกฤษณะ))
ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี ((วัดแขกสีลม))

พระวิษณุเทพ มีหลายภาคหลายอวตาน ซึ่งแต่ละอวตานนั้นพระองค์ลงมาเพื่อช่วยปราบอสูร และยุคเข็ญทั้งหลาย
และมีอยู่อวตานหนึ่งซึ่งพระองค์ถือกำเนิดจากพระวสุเทพ และพระนางเทวกี เทศกาลกฤษณะจายันติ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของพระกฤษณะ ซึ่งเทศกาลนี้
ถือได้เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่อีกเทศกาลหนึ่งของเหล่าผู้นับถือศาสนาฮินดู เทศกาลนี้มีชื่อเรียกต่างกัน เช่น โกกุน อัสมิ, กฤษณะ อัสมิ, ศรีจยันติ
กำเนิดพระกฤษณะ
พระราชาศูรปกครองชาวสุรเสนในนครมธุรา มีลูกด้วยกันสองคน คนโดเป็นผู้ชายชื่อเจ้าชายวสุเทพ อีกคนเป้นลูกสาวชื่อเจ้าหญิง กุณตี ท้าวอุรุเสนนั้นมีลูกมากซึ่งลูกที่เป็นรัชทายาทและเกเรมากชื่อว่า ท้าวกังษะ ตอนหลังได้จับพ่อไปขังและขึ้นครองราชย์แทน ด้วยความที่ท้าวกังษะนั้นค่อนข้างโหดเหี้ยมทารุณกลัวว่าท้าววสุเทพเพื่อนรักนั้นจะไม่ช่วยเหลือคนในการครองราชย์บ้านเมืองจึงยกน้องสาวชื่อ นางเทวกี ((ท้าวกังษะ มีน้องสาวสองคน คือ นางเทวกีและนางโมหิณี) และก็ได้อยู่ช่วยงานท้าวกังษะ ซึ่งยังความเดือดร้อนแก่คนในเมืองเป็นอย่างมาก ต้องส่งส่วยนมเนยทุกวัน
วันนึงท้าวกังษะกำลังจะออกประภาสป่าก็ได้มีฤาษีตนหนึ่งมายืนตัดหน้าแล้วบอกว่าเรามาที่นี่เพื่อจะบอกว่า " ลูกชายคนที่ 8 ของท้าววสุเทพที่เกิดกับพระนางเทวกีน้องสาวของท่านจะเป็นคนฆ่าท่าน”
พอท้าวกังษะได้ยินดั่งนั่นก็ได้เกิดวิตกจึงได้สั่งให้จับท้าววสุเทพกับพระนางเทวกี ขังคุกด้วยกัน พอสองคนอยู่ด้วยกันในคุกปีแรกก็ได้ให้กำเนิดลูกชายท้าวกังษะจึงสั่งให้เอาลูกชายนั้นไปฆ่าทิ้ง จนกระทั่งถึงคนที่ 7 พระนางเทวกีก็กำลังจะออกลูกพระนางโลหิณีซึ่งเป้นพี่สาวก็ได้เสด็จมาที่คุกแล้วบอกว่าลูกคนที่ 7 นี้เราจะเอาไปเลี้ยงเองแล้วก็เอาเด็กคนอื่นไปให้ท้าวกังษะฆ่าทิ้งแทน ซึ่งลูกคนที่ 7 นี้ชื่อว่า พลราม เป็นพี่ชายของพระกฤษณะ
เมื่อเวลาผ่านไปพระนางเทวกีเริ่มท้องอ่อนๆ ท้าวกังษะก็สั่งให้ควบคุมอย่างเข้มแข้ง ในระหว่างนั้น ท้าววสุเทพก็ได้แอบติดต่อกับเพื่อนซึ่งเป้นคนเลี้ยงวัวจากในคุก ซึ่งเพื่อนคนนี้ชื่อว่า นันทะ แล้วนันทะนี้ก็มีเมียชื่อยโสธารา ซึ่งได้แต่งงานและกำลังตั้งท้องในเวลาไล่เลี่ยกันในคืนที่กระนางเทวกีคลอดลูกคนที่ 8 ออกมา


 
ภาพ ยโสธารา กับพระกฤษณะ
ฝนตกหนัก ประตูคุกที่เคยปิดก็เปิดออกโซ่ตรวนที่เคยมีก็หลุดลง ท้าววสุเทพก็จึงได้แอบออกมาหา นันทะที่เมืองโกกุนซึ่งอยู่ติดๆกัน แต่อนิจจาฝนตกหนักน้ำในแม่น้ำยมุนาก็หนุนขึ้นสูง ท้าววสุเทพซึ่งลุยน้ำแบบจวนเจียนที่จะจมเต็มทีน้ำจากแม่น้ำที่ขึ้นสูงจนถูกตัวลูกของท้าววสุเทพปุ๊บก็ได้เกิดอัศจรรย์คือน้ำได้ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
กฤษณะ จายันติ ((วันประสูติพระกฤษณะ))

ท้าววสุเทพจึงเดินทางได้สะดวกขึ้นครั้นพอเมื่อวสุเทพมาถึงบ้านของนันทะเมียของนันทะเองก็เพิ่งจะคลอดลูกสาวออก นันทะจึงบอกให้ท้าววสุเทพเปลี่ยนตัวลูกกัน ลูกของท้าววสุเทพนันทะก็ได้เอาไปเลี้ยง ส่วนลูกสาวของนันทะนั้นก็ถูกพากลับไปสู่คุก
พอท้าววสุเทพทราบว่าพระนางเทวกีคลอดเรียบร้อยแล้วท้าวกังษะก็ได้เดินทางมายังคุกหมายจะฆ่าลูกชายคนที่ 8 แต่ก็ต้องแปลกใจว่าพระนางเทวกีนั้นคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงใจหนึ่งก็ดีใจว่า คำสาปของฤาษีนั้นคงจะไม่เป้นจริงเพราะลูกที่เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่เพื่อความแน่ใจท้าวกังษะก็หมายจะฆ่าเด็กผู้หญิงคนนี้ทิ้งเสีย กำลังเงื้อดาบอยู่นั้นเองก็ได้มีเสียงร้องจากอากาศมาว่า " อย่า..... " ท้าวกังษะตกใจผลันโยนเด็กน้อยขึ้นบนฟ้าพลันนั้นเด็กน้อยก็ได้หายวับไปกับตา ท้าวกังษะก็ค่อยปลงใจเพราะคิดว่าคำสาปคงจะไม่เป้นจริงแล้ว แต่เพื่อความมั่นใจก็สั่งให้ฆ่าทารกเพศชายที่เกิดในวันนี้ทั้งเมือง
เด็กชายเติบโตในหมู่บ้านที่อยู่นอกเมือง รอดตายมาได้ ชื่อว่า กรรณหา เติบโตอยู่ในหมู่บ้านโกกุน มีลักษณะแปลกเด็กคือเป้นเด็กขี้เล่นร่าเริง หน้าตาดี เป่าขลุ่ยได้ทั้งวันยังความเอ็นดูแก่คนอื่นที่พบเห็น และมีเรื่องหน้าแปลกว่าถ้ากรรณหา(หรือพระกฤษณะ) ลักขโมยกินนมเนยและเอามาเผื่อแผ่เด็กกลุ่มเดียวกันจากบ้านไหน วัวบ้านนั้นจะให้น้ำนมมากกว่าเดิม พอชาวบ้านเรื่องชาวบ้านก็เลยออกอุบายบอกใบ้ที่เก็บนมและเนยในบ้านตนเพื่อให้กรรณหามาลักไปแจกเด็กๆในหมู่บ้านเพื่อที่วัวของตนจะให้น้ำนมมากขึ้น
พระกฤษณะก็ได้อยู่ในหมุ่บ้านนี้ได้ 11 ปีจนมาวันหนึ่ง ได้พบเห็นการถวายนมเนยแก่พระอินทร์ กรรณหาก็แปลกใจและถามว่า " เหตุใดจึงต้องบูชาพระอินทร์ด้วยเล่า พระองค์ไม่เห็นทำอะไรเลย ทำไมไม่บูชาวัว ซึ่งให้นมและเนยกับพวกเรา ทำไม่บูชาหญ้าซึ่งเป้นอาหารของวัว หรือทำไมไม่บูชาภูเขาโควัฒนะ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความร่มรื่นและป่าไม้ควาอุดมสมบูรณ์แก่หมู่บ้าน "
พระอินทร์เมื่อได้ยินดังนั้นก็ เกิดโมโห จึงสาปให้ฝนตก 7 วัน 7 คืน พระกฤษณะก็จึงแสดงปาฎิหารย์ด้วยการใช้นิ้วเดียวยกภูเขาโควัฒนะขึ้นมาบังท้องฟ้าเอาไว้ ถึงฝนจะตกแต่หมู่บ้านก็เสียหายน้อยลง
กฤษณะ จายันติ ((วันประสูติพระกฤษณะ))

จนพระอินทร์นั้นยอมแพ้และมาทราบภายหลังว่ากรรณหานั้นคือพระนารายณ์อวตารลงมาเกิดเป็นพระกฤษณะ จึงได้ขอขมาหลังจากที่แสดงอิทธิฤทธิ์แล้ว กฤษณะจึงบอกกับชาวบ้านไปว่า ต่อจากนี้ไปไม่ต้องส่งส่วยนมเนยไปให้ท้าวกังษะแล้ว
ครั้นพอท้าวกังษะทราบเรื่องว่าเมืองโกกุนนำโดยพระกฤษณะนั้นแข็งข้อและทราบว่าพระกฤษณะนั้นเป็นหลานคนที่ 8 ที่เล็ดรอดหนีไปได้ ท้าวกังษะจึงได้ทำกลอุบายให้ไปเชิญมายังเมือง โดยระหว่างที่พระกฤษณะติดตามข้าราชบริพานของท้าวกังษะกลับมายังเมืองนั้น ลูกน้องของท้าวกังษะก็ได้ปล่อยช้างศึกตกมัน หมายเข้าขยี้พระกฤษณะ พระกฤษณะก็จัดการหักงวงหักงา ช้างศึกตกมันตัวนั้นเสียอย่างง่ายดาย ท้าวกังสะปล่อยสิงห์โตออกมาก็ถูกกฤษณะฆ่าตายอีก
พอพระกฤษณะเข้ามายังเมืองก็ได้เจอกับท้าวกังษะและได้ต่อสู้กับท้าวกังษะ
เมื่อพระกฤษณะฆ่าท้าวกังษะผู้เป็นลุงแล้วประชาชนก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง พระกฤษณะกับพลรามพี่ชายก็รีบไปที่คุกและปล่อยพระเจ้าตา คือท้าวอุรุเสน พ่อซึ่งก็คือท้าววสุเทพและแม่คือพระนางเทวกีแล้วก็เชิญท้าวอุรุเสนผู้เป็นตาขึ้นครองราชย์ต่อไป


พระกฤษณะนั้นก็ได้ออกเดินทางไปร่ำเรียนวิชาและผจญภัยอยู่จนกระทั่งโตเป็นหนุ่มและได้กลับมาที่เมืองต่อมาได้เกลี้ยกล่อมให้ย้ายเมืองจากที่เดิมไปตั้งรกรากใหม่ ชื่อว่า ทวารกา

แหล่งที่มา
bloggang ของคุณ vet 53 สำหรับ ข้อมูลกำเนิดพระกฤษณะ
http://www.naturemagics.com, http://www.vengadesa.com/avatharam สำหรับภาพครับ
ขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ ครับ

พิษประจิม:
ขอบคุณครับ
 
เพิ่มเติมเรื่องชื่อนะครับ
มธุรา-มถุรา
อุรุเสน-อุคฺรเสน
ศูรเสนะ เป็นชื่อคน และตอนหลังเป็นชื่อแคว้นศูรเสนะ หรือ สุรเสนะ ชื่อ ศูระ เสนะ เป็นฉายา
กังษะ-กังสะ หรือ กงส์
ยโสธารา-ยโศทา
โกกุน-โคกุล
โควัฒนะ-โควรรธนะ
 
 

เทวาเหนือเกล้า:
ขอบพระคุณพี่ยีนส์ค่ะ สำหรับความรู้ที่ได้แบ่งปันกัน

อินทุศีตาลา:
ขอบพระคุณค่ะ

ศรีมหามารตี:
 
 
 
 
 
    น่าจะมีอีกชื่อ นึง  เพราะดี  ศรีกฤษณะชนมาอรรธมี

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป